MM Route API
Initializeinit(map, instruction)เรียกใช้งาน MM Route API Parameters: map - MMMap object (Optional) instruction - DIV element สำหรับแสดงข้อมูลการเดินทาง (Optional)
EventonHasInstruction()ถูกเรียกเมื่อได้รับข้อมูลการเดินทาง onHasRoute()ถูกเรียกเมื่อได้รับเส้นทาง onDestinationClick(event)ถูกเรียกเมื่อจุดหมายถูกคลิก โดยปกติจะแสดงเมนูสำหรับลบจุดหมาย Parameters: event - Event object จาก browser onDestinationMoved(event)ถูกเรียกเมื่อจุดหมายถูกเคลื่อนย้าย Parameters: event - Event object จาก browser
MutatorsetInstructionDiv(div)กำหนด DIV element สำหรับแสดงข้อมูลการเดินทาง Parameters: div - DIV element สำหรับแสดงข้อมูลการเดินทาง setRouteColor(color)กำหนดสีของเส้นถนน Parameters: color - รหัสสี ในรูปแบบ '#RRGGBB' (Default: '#FF00FF' - Margenta) setHighlightRouteColor(color)กำหนดสีของเส้นถนนที่ถูกเลือก Parameters: color - รหัสสี ในรูปแบบ '#RRGGBB' (Default: '#0000FF' - Blue) setStatic(mode)กำหนดว่าจะให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางด้วยการลากไม่ได้ และไม่แสดงเมนูคำสั่งเหนือข้อมูลการเดินทางหรือไม่ คำสั่งนี้จะไม่มีผลต่อเส้นทาง และข้อมูลการเดินทางที่แสดงอยู่แล้ว Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางไม่ได้, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: false) setShowPointer(mode)กำหนดว่าจะให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางด้วยการลากได้หรือไม่ คำสั่งนี้จะไม่มีผลต่อเส้นทาง และข้อมูลการเดินทางที่แสดงอยู่แล้ว Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้เปลี่ยนแปลงเส้นทางได้, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true) setAutoSearch(mode)กำหนดว่าจะให้หาเส้นทางใหม่โดยอัตโนมัติหรือไม่เมื่อจุดหมายเปลี่ยน หากไม่ให้หาเส้นทางใหม่โดยอัตโนมัติ เมื่อแก้ไขจุดหมาย ระบบจะยังคงแสดงเส้นทางเดิมอยู่ Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้หาเส้นทางใหม่โดยอัตโนมัติ, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true) setSearchMode(mode)กำหนด algorithm ในการหาเส้นทาง Parameters: mode - รหัสของ algorithm (ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ Search Mode) (Default: 't' - traffic) setSearchType(type, value)กำหนดว่าให้ใช้พาหนะในค่า type ในการหาเส้นทางหรือไม่ Parameters: type - รหัสของพาหนะ (ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ Search Type) หรือใส่ 'all' ถ้าต้องการตั้งค่าสำหรับทุกพาหนะ value - true ถ้าต้องการให้ใช้พาหนะในค่า type ได้, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true ทุกพาหนะ) setDebug(mode)กำหนดว่าจะให้แสดง debug information หรือไม่ Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้แสดง, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: false) setRouteVisible(isVisible)กำหนดว่าจะให้แสดงเส้นทางที่หาได้บนแผนที่หรือไม่ Parameters: isVisible - true ถ้าต้องการให้แสดง, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true)
setShowDistance(mode)กำหนดว่าจะให้แสดงระยะทางหรือไม่ Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้แสดง, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true) setShowCumulativeDistance(mode)กำหนดว่าจะให้แสดงระยะทางรวมหรือไม่ Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้แสดง, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true) setUsePOIName(mode)กำหนดว่าจะให้ใช้ชื่อสถานที่ใกล้เคียงเป็นชื่อจุดหมายหรือไม่ Parameters: mode - true ถ้าต้องการให้แสดง, false ถ้าไม่ต้องการ (Default: true) setDestinationImage(imgPre, offsetX, offsetY, count)กำหนดภาพ และจำนวนจุดหมาย url ของภาพที่ถูกเรียกจะอยู่ในรูปแบบ imgPre#.png โดย # คือ ตัวเลขตั้งแต่ 0 แต่ไม่เกิน count สำหรับ browser ที่ไม่สนับสนุนภาพแบบ png ภาพ imgPre#.gif จะถูกเรียกใช้แทน คำสั่งนี้จะไม่มีผลต่อจุดหมายที่แสดงอยู่แล้ว Parameters: imgPre - ส่วนต้นของ url ของภาพ offsetX - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน X offsetY - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน Y count - จำนวนจุดหมายที่มี (Default: 10) setTrackerImage(imgPre, offsetX, offsetY)กำหนดภาพ Tracker url ของภาพที่ถูกเรียกจะอยู่ในรูปแบบ imgPre#.png โดย # คือ ตัวเลขตั้งแต่ 0 - 8 สำหรับ browser ที่ไม่สนับสนุนภาพแบบ png ภาพ imgPre#.gif จะถูกเรียกใช้แทน Parameters: imgPre - ส่วนต้นของ url ของภาพ offsetX - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน X offsetY - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน Y ค่า #: 0 - ภาพขณะหยุดนิ่ง 1 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันออก 2 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 3 - ภาพขณะหันไปทางทิศเหนือ 4 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 5 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันตก 6 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 7 - ภาพขณะหันไปทางทิศใต้ 8 - ภาพขณะหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ setPointerImage(imgPre, offsetX, offsetY)กำหนดภาพ Pointer url ของภาพที่ถูกเรียกจะอยู่ในรูปแบบ imgPre.png สำหรับ browser ที่ไม่สนับสนุนภาพแบบ png ภาพ imgPre.gif จะถูกเรียกใช้แทน Parameters: imgPre - ส่วนต้นของ url ของภาพ offsetX - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน X offsetY - ตำแหน่งปลายของภาพในแกน Y getTotalDistance(isFormat)คืนค่าระยะทางทั้งหมดของเส้นทางที่หาได้ Parameters: isFormat - true ถ้าต้องการให้คืนค่าเป็นข้อความในหน่วย เมตร หรือ กิโลเมตร ตามระยะทาง, false ถ้าต้องการให้คืนค่าเป็นตัวเลขในหน่วย เมตร Return: ระยะทางทั้งหมดของเส้นทางที่หาได้ โดยจัดรูปแบบตาม parameter isFormat getTotalTime(isFormat)คืนค่าเวลาที่ใช้เดินทางของเส้นทางที่หาได้ Parameters: isFormat - true ถ้าต้องการให้คืนค่าเป็นข้อความในหน่วย นาที หรือ ชั่วโมง ตามเวลา, false ถ้าต้องการให้คืนค่าเป็นตัวเลขในหน่วย วินาที Return: ระยะทางทั้งหมดของเส้นทางที่หาได้ โดยจัดรูปแบบตาม parameter isFormat getInstruction(isFormat)คืนค่าข้อมูลการเดินทาง Parameters: isFormat - true ถ้าต้องการให้มีจัดรูปแบบ, false ถ้าไม่ต้องการ Return: ข้อมูลการเดินทาง โดยจัดรูปแบบตาม parameter isFormat getDestination(index)คืนค่าละติจูด, ลองจิจูด ของจุดหมาย และชื่อสถานที่ใกล้เคียง Parameters: index - ลำดับของจุดหมาย Return: object ที่ประกอบด้วย ค่า lat - ละติจูด, lon - ลองจิจูด และ name - ชื่อสถานที่ใกล้เคียง
MethoduseDefaultRightClickMenu()ใส่คำสั่งของ MMRoute ใน menu เมื่อ click ขวา ให้ใช้คำสั่งนี้ในกรณีที่ไม่ต้องการเพิ่มคำสั่งอื่นๆอีกใน menu เมื่อ click ขวา addDestination(lat, lon)เพิ่มจุดหมายต่อจากจุดหมายสุดท้าย Parameters: lat - latitude ของจุดหมาย lon - longitude ของจุดหมาย Return: true ถ้าเพิ่มจุดหมายสำเร็จ, false ถ้าไม่สำเร็จ insertDestination(index, lat, lon)แทรกจุดหมายในตำแหน่งที่กำหนด Parameters: index - ตำแหน่งของจุดหมายที่ต้องการแทรก โดยจุดเริ่มต้นเป็นตำแหน่งที่ 0 lat - latitude ของจุดหมาย lon - longitude ของจุดหมาย Return: true ถ้าแทรกจุดหมายสำเร็จ, false ถ้าไม่สำเร็จ removeDestination(index)ลบจุดหมายในตำแหน่งที่กำหนด Parameters: index - ตำแหน่งของจุดหมายที่ต้องการลบ โดยจุดเริ่มต้นเป็นตำแหน่งที่ 0 reverseDestination()กลับทิศทางการเดินทาง searchRoute()ค้นหาเส้นทาง ตามจุดหมายที่กำหนด Return: true ถ้าส่งคำสั่งค้นหาสำเร็จ (ซึ่งอาจจะพบเส้นทางหรือไม่ก็ได้), false ถ้าไม่สำเร็จ clearRoute()สบเส้นทางที่แสดงบนแผนที่ clearInstruction()ลบข้อมูลการเดินทาง clearDestination()ลบจุดหมายทั้งหมด allClear()ลบเส้นทางที่แสดงบนแผนที่, ข้อมูลการเดินทาง และจุดหมายทั้งหมด animate(speed)แสดงการเดินทางบนเส้นทาง Parameters: speed - ความเร็วที่ใช้เดินทางในหน่วย milli-degree/s (ประมาณ 100m/s) หากไม่กำหนดความเร็วจะถูกกำหนดโดยอัตโนมัติ Return: true ถ้าแสดงการเดินทางได้, false ถ้าไม่สามารถแสดงได้ stopAnimate()หยุดการเดินทางบนเส้นทาง toggleAnimate()แสดงหรือหยุดการเดินทางบนเส้นทาง โดยใช้ความเร็วจะถูกกำหนดโดยอัตโนมัติ zoomAllRoute()เลือนแผนที่เพื่อให้สามารถเห็นเส้นทางทั้งหมด showAbout()แสดงข้อความเกี่ยวกับบริการนี้ใน DIV element สำหรับแสดงข้อมูลการเดินทาง exportRouteLine(color)สร้างเส้นถนนที่กำลังแสดงผลอยู่ขึ้นมาใหม่ Parameters: color - สีของเส้น ถ้าไม่กำหนดจะใช้สีที่แสดงอยู่ (Optional) Return:
RESTful APIRoute APIผู้ใช้งานสามารถดึงข้อมูลการเดินทางโดยไม่ผ่าน Javascript API ได้ที่ URL http://mmmap15.longdo.com/mmroute/GetRoute โดยระบุ query string ดังนี้
เช่น http://mmmap15.longdo.com/mmroute/GetRoute?fnode=13.0+100.0&tnode=14.0+101.0&mode=t&type=17 &locale=th&key=[your key]&var=result&callback=runme() Route API Resultผลการค้นหา จาก Route API จะอยู่ในรูปแบบ JSONP ดังนี้ var=[fdistance,tdistance,id,time,road1, ... ,roadN];callback();
{"n":"name","t":turncode,"d":distance,"i":interval}
เช่น
result=[74.03608,51.125156,777,10765,{"n":"ถนนเชื่อมต่อ","t":4,"d":861,"i":105},
...
,{"n":"ถนนเชื่อมต่อ","t":1,"d":4635,"i":565}];runme();
หากเกิดปัญหา จะส่ง error code มาในค่า var ดังนี้
Geometry APIผู้ใช้งานสามารถดึงข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ URL http://mmmap15.longdo.com/mmroute/GetGeom โดยระบุ query string ดังนี้
เช่น http://mmmap15.longdo.com/mmroute/GetGeom?id=555&level=0&key=[your key]&var=result &callback=runme() Geometry API Resultผลการค้นหา จาก Geometry API จะอยู่ในรูปแบบ JSONP ดังนี้ var=[road1, ... ,roadN];callback();
เช่น result=[[[99.9996,12.9994],[99.9897,13.0105]], ... ,[[100.9605,13.9962],[101.0004,14.0000]]];runme(); หากเกิดปัญหา จะส่ง null มาในค่า var
Etc.Search Mode
เดินทางไปตามถนนหลักโดยพยายามหลบรถติด
เดินทางไปตามถนนหลัก
พยายามลัดเข้าซอยเพิ่อให้ใช้ระยะทางสั้นที่สุด Search Type
ถนน
เครื่องบิน
รถไฟ
เรืือ
ทางด่วน หากใช้ Javascript API ให้ใช้ค่า type เป็นชื่อประเภทพาหนะ เช่น 'road' หากใช้ RESTful API ให้นำค่าในวงเล็บของทุกพาหนะมา OR กัน เช่น การเดินทางทางถนนและทางด่วนคือ 1 | 16 = 17 Locale Code
Turn Code
|