ที่ว่าการตำบลในญี่ปุ่นที่ใช้แต่ Linux Destop มีจริง

อัดรูปดิจิตอล ทำสมุดภาพของคุณเอง
รอรับได้. ท่องเที่ยว แต่งงาน ฯลฯ

www.tanabutr.co.th/photobook


ต่อจากเมื่อวานครับ, วันนี้ slashdot.jp ไปแสวงหาข่าวมาอีกแล้วเกี่ยวกับการใช้ Linux ในญี่ปุ่น. มีรายงานว่ามีที่ว่าการตำบล (町役場) หนึ่งในญี่ปุ่นใช้ลินุกซ์เดสก์ท็อปกันทั้งที่ว่าการ. ข่าวจริงนั้นมาจาก ITPro มีรูปประกอบสถานที่ว่าการตำบลและรูปถ่ายหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้กัน.

ถ้าจะพูดให้ถูกต้องหน่อยก็คือทางตำบลเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้่ในงานออฟฟิศทั่วไปประมาณ 140 เครื่องเป็นลินุกซ์ทั้งหมด. นอกจากลินุกซ์แล้วก็มี OpenOffice, Firefox, Thunderbird เพื่อใช้ในงานออฟฟิศทั่วไป. เท่าที่นักข่าวของ ITPro ทำข่าวมาบอกว่าคงเป็นที่ทำการตำบลที่เดียวในญี่ปุ่นที่ไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อน. ตำบลนี้มีชื่อว่า Ninomiya ในจังหวัด Tochigi (栃木県).

สาเหตุที่เปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์หมดนั้นก็เพราะเข้าร่วมโครงการ "โครงการนำร่องใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สสำหรับองค์กรบริหารส่วนท้องทิ่น" ของ Information-technology Promotion Agency (IPA) (ผมคิดว่าคงจะเทียบเท่า SIPA ในเมืองไทยแหละ) โครงการนำร่องนี้เพื่อจะสำรวจและหาข้อมูลสรุปปัญหาหรือความเป็นไปได้ในการใช้ลินุกซ์เป็นเดสก์ท็อปในองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น. ซึ่งตำบลนี้เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา.

การทดลองนี้นอกจาก Ninomiya แล้วยังมีที่อื่นด้วยเช่นที่ Sapporo (อำเภอ) ใน Hokkaido, อำเภอ Urasoe ใน Okinawa, อำเภอ Tsukimi ใน Oita. แต่เนื่องจากที่อื่นเป็นระดับอำเภอซึ่งใหญ่กว่า Ninomiya, ในการทดลองจึงในลินุกซ์ไปใช้งานเพียงบางส่วนไม่ใช้ทั้งหมดเหมือน Ninomiya. ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้องแล้ว, คอมพิวเตอร์ที่ใช้เกี่ยวกับเรื่องภาษีและเครือข่ายทะเบียนประชากรยังใช้วินโดวส์อยู่. ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานทั้งหมด, รวมถึงคอมพิวเตอร์ของผู้ว่าการตำบลด้วย เปลี่ยนเป็นลินุกซ์.

ผู้สื่อข่าวได้ไปหาข้อมูลก่อนหน้าที่จะเปลี่ยนระบบ พบว่าสาเหตุที่เปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เก่ามาก, ต้องเปลี่ยน. และเพื่อที่จะลดงบประมาณเอาไปใช้บริการประชาชนแทนที่จะไปซื้อซอฟต์แวร์จึงตัดสินใจร่วมโครงการมาใช้ลินุกซ์. แต่ผู้สื่อข่าวก็ตั้งข้อสังเกตเองว่าการเปลี่ยนระบบมาใช้ลินุกซ์นี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ จากตัวอย่างที่มีหลายองค์กรที่ประกาศเปลี่ยนมาใช้ลินุกซ์ก็ไม่ประสบความสำเร็จก็มี. เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ถามทางตำบลได้รับคำตอบว่า

"กังวลในเรื่องนี้อยู่เช่นกัน, โดยส่วนรวมก็ไม่ต่างอะไรกับ Windows"

ผู้สื่อข่าวไปถึงสถานที่ด้วยความสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ใช้ลินุกซ์จริงหรือเปล่า เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง. พอไปถึงที่ตำบลก็ทึ่งเห็นเจ้าหน้าที่ทุกคนใช้ลินุกซ์เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ. ตั้งแต่ตำแหน่งหัวหน้าจนถึงเจ้าหน้าที่ทั่วไป ทั้งหมด 140 เครื่องใช้ลินุกซ์, OpenOffice, Mozilla แบบคล่องแคล่ว.

หัวหน้าฝ่าย IT คุณ Ebihara กล่าวว่า ได้ทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่แต่ละคนเป็นเวลาหนึ่งวัน เนื้อหาแบบเอาไปใช้งานได้จริง. แน่นอนว่ามีคำถามในรายละเอียดปลีกย่อยตามมาเช่น "วิธีตีกรอบตารางไม่เหมือนกัน" ฯลฯ ตำบลได้แก้ปัญหาโดยให้ NEC และ Novel ซึ่งเป็นผู้ให้ความร่วมมือในโครงการนำร่องนี้ืจัดทีัมช่วยเหลือ (helpdesk) ที่ห้องประชุม. ตอนแรกงานนี้ยุ่งวุ่นวายมาก, แต่พอผ่านไป 2 เดือนก็ปัญหาต่างๆก็น้อยลงมาก. งาน Helpdesk ที่จัดสถานที่ไว้ที่ห้องประชุมก็ยกเลิกและตอนนี้ใช้เมลในการถามตอบคำถามต่างๆ.

กรณีที่ต้องใช้ Windows จริงก็จะมีเครื่องคอมเก่าๆให้ แล้วเข้าไปใช้ด้วย VNC. "เจ้าหน้าที่ยังติดใช้เครื่องวินโดวส์ไม่มีครับ"

"ปัญหาคือ *ความเคยชิน* และจะใช้ต่อไปเรื่อยๆ"

ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นไปได้ที่จะใช้ลินุกซ์ในองค์กรเช่นเดียวกับตำบล Ninomiya แต่ประเด็นอื่นๆก็ยังมีอยู่เช่นเรื่องสมดุลในด้านเศรษฐกิจ. การใช้ Linux หรือ OpenOffice ช่วยลดค่า license ไปได้แต่ถ้าการทำงานมีประสิทธิภาพลดลงก็จะทำให้การใช้ OSS ไม่แพร่หลาย.

ในความเป็นจริงที่ Ninomiya มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่คุ้นเคยและชำนาญการใช้ MS Office และมีปัญหาจุกจิกตอนเปลี่ยนมาใช้ OpenOffice บ้าง. แต่ปัญหาไม่ใช่ว่า MS Office หรือ OpenOffice อันไหนดีกว่ากัน ปัญหาคือ "ความเคยชิน" มากกว่า.

เรื่องของการทดลองในโครงการจบลงแล้ว, ทางตำบลสามารถเลือกที่จะกลับไปใช้ Windows และ Office อีกครั้ง. แต่เท่าตำบลบอกว่ายังคงมีแผนที่จะใช้ Linux และ OSS ต่อไป. หัวหน้า IT กล่าวว่า อันนี้ไม่ใช่ว่ากลัวเสียหน้า, แต่ที่ใช้เพราะมันเป็นเหตุเป็นผลกว่า. "สิ่งที่สำคัญคือ ความเคยชิน ถ้าเป็นเช่นนั้นแทนที่จะเปลี่ยนรุ่น Windows ก็ให้ใช้ระบบปัจจุบันให้คล่อง, ในวันหนึ่งๆยิ่งคุ้นเคยและเคยชินเท่าไรก็เป็นเหตุผลที่ดีอยู่แล้ว"

จากข่าวของ ITPro, 「全事務職員がLinuxデスクトップを使用している町役場」は実在する อย่าลืมคลิกเข้าไปดูรูปนะครับ.